วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ


ธรรมะปฎิปทา หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
".....เวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว ให้รีบพากันปฏิบัติ"
"สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คือ กรรม"
"คนดีน่ะ เขาไม่ตีใคร"
"ของดีอยู่ที่ตัวเราหมั่นทำ(ปฏิบัติ)เข้าไว้"
"ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต"
"อย่าลืมตัวตาย"
รูปภาพ : ธรรมะปฎิปทา หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ 
".....เวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว ให้รีบพากันปฏิบัติ"
"สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คือ กรรม"
"คนดีน่ะ เขาไม่ตีใคร"
"ของดีอยู่ที่ตัวเราหมั่นทำ(ปฏิบัติ)เข้าไว้"
"ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต"
"อย่าลืมตัวตาย"

หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ


โอวาทธรรม ของ หลวงปู่ จาม มหาปุญฺโญ
เราไม่แก้เอง
เราไม่โทษตัวเรา
เราไม่ละความชั่วในตัว
เราไม่ทำความดี
แล้วตนของตนจะได้อะไร

อย่าไปหาโทษในท่านผู้อื่น
ดูตนของตนให้มาก
อย่าอยูเฉยๆ
ให้รู้จักพิจารณาบ้าง

เกิดมาแล้วนี้อะไรบ้างจะเป็นคุณค่าแก่ตนของตน
รูปภาพ : โอวาทธรรม ของ หลวงปู่ จาม มหาปุญฺโญ
เราไม่แก้เอง
เราไม่โทษตัวเรา
เราไม่ละความชั่วในตัว
เราไม่ทำความดี
แล้วตนของตนจะได้อะไร

อย่าไปหาโทษในท่านผู้อื่น
ดูตนของตนให้มาก
อย่าอยูเฉยๆ
ให้รู้จักพิจารณาบ้าง

เกิดมาแล้วนี้อะไรบ้างจะเป็นคุณค่าแก่ตนของตน

หลวงปู่จันทร์ กุสโล


มรดกธรรมคำสอนหลวงปู่จันทร์ กุสโล
"อย่าพยายามทำคนอื่นให้เหมือนใจเรา
เพราะเราก็ทำให้เหมือนใจคนอื่นไม่ได้

อย่าทำตัวเป็นผู้รับฝ่ายเดียว
จงทำตัวเป็นผู้ให้ด้วย

อย่าทำตัวให้เด่นกว่างาน
จงพยายามทำงานให้เด่นกว่าตัว

อย่าทำบ้านให้แข็งแรงกว่าพื้นฐาน
จงทำพื้นฐานให้แข็งแรงกว่าบ้าน

อย่าพยายามทำสิ่งที่ได้ให้เท่ากับใจ
จงพยายามทำใจให้เท่ากับสิ่งที่ได้"
รูปภาพ : มรดกธรรมคำสอนหลวงปู่จันทร์ กุสโล 
"อย่าพยายามทำคนอื่นให้เหมือนใจเรา 
เพราะเราก็ทำให้เหมือนใจคนอื่นไม่ได้

 อย่าทำตัวเป็นผู้รับฝ่ายเดียว  
 จงทำตัวเป็นผู้ให้ด้วย
 
อย่าทำตัวให้เด่นกว่างาน    
 จงพยายามทำงานให้เด่นกว่าตัว

อย่าทำบ้านให้แข็งแรงกว่าพื้นฐาน 
จงทำพื้นฐานให้แข็งแรงกว่าบ้าน
 
อย่าพยายามทำสิ่งที่ได้ให้เท่ากับใจ 
 จงพยายามทำใจให้เท่ากับสิ่งที่ได้"

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ


หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
"ธรรมะเป็นสิ่งประเสริฐ หากแม้นธรรมะประดิษฐานอยู่กลางดวงจิตดวงใจของผู้ใดแล้ว ผู้นั้นจะได้รับความอบอุ่นใจ มีที่พึ่งอันถาวรสมบูรณ์ทุกประการ จะไม่มีสิ่งใดๆ ในโลกที่จะให้ความ
อบอุ่นยิ่งกว่าธรรมะ...."

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

บันทึกธรรมภาษิต โดย หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี



Image



บันทึกธรรมภาษิต
ของ พระราชนิโรธรังสีฯ 



(๑) ผู้ปฏิบัติทั้งหลาย ถ้ายังปฏิบัติไม่ถึงจิตถึงใจ ยังได้ชื่อว่าปฏิบัติไม่ถึงหลักธรรมของจริง เพราะธรรมทั้งหลายเกิดจากจิตจากใจอย่างเดียว

(๒) ความคิดนึกปรุงแต่ง สัญญาอารมณ์ทั้งปวง หรือสรรพกิเลสทั้งปวงเกิดจาก จิต นี้ทั้งนั้น เมื่อไม่มีสติควบคุมจิต แต่ตรงกันข้าม เมื่อมีสติควบคุมแล้วย่อมให้เกิดปัญญา

(๓) ผู้ไม่รู้เท่าเข้าใจที่ตั้งที่เกิดของ ขันธ์ห้า ขันธ์สี่ ขันธ์หนึ่ง ขันธ์ทั้งสามย่อมถูกกิเลสกลืนกินหรือครอบงำได้ นักปราชญ์ย่อมรู้เท่าเข้าใจที่ตั้งที่เกิดของขันธ์ห้า ขันธ์สี่ ขันธ์หนึ่ง แล้วท่านย่อมพ้นจากการครอบงำของมันได้

ขันธ์ห้า ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ขันธ์สี่ ได้แก่ อรูปฌาน
ขันธ์หนึ่ง ได้แก่ สัญญาเวทยิตนิโรธ

(๔) กายคตาสติ ย่อมเป็นที่ตั้งของกัมมัฏฐานทั้งปวง กายอันนี้ถึงมันจะมีหรือไม่มี มันก็ถืออยู่ดีๆ นี้แหละ ยิ่งปฏิสนธิ ก็ยิ่งถือใหญ่ เจริญสมถะและวิปัสสนา ถ้าทิ้งกายเสียแล้ว จะไม่มีหลักเห็นชัดแจ้งในกัมมัฏฐานทั้งปวง

(๕) ผู้ใดไม่เห็นทุกข์ ผู้นั้นคือผู้ไม่เห็นธรรม ผู้ได้รับทุกข์ จนเหลือที่จะอดกลั้นแล้ว เมื่อหวนกลับเข้ามาถึงตัวนั่นแลจึงจะรู้จักว่าทุกข์นั้นแลคือ ธรรม ผู้เกลียดทุกข์เป็นผู้แพ้ ผู้พิจารณาทุกข์ คือ ผู้เจริญในทางธรรม

(๖) เมื่อสติตามกำหนดจิตแล้ว จิตจะไม่สับส่ายไปมา กิเลสทั้งหมดจะระงับได้ด้วย สติ ตัวเดียวเท่านี้

(๗) เมื่อสติตามกำหนดจิต รู้อยู่ทุกอิริยาบถ จิตจะค่อยรวมเข้าเป็นหนึ่ง นั่นคือ ใจ ซึ่งไม่มีการส่งส่ายไปมา มีแต่ผู้รู้เฉยๆ หรือเรียกว่าธาตุรู้ ก็ได้

(๘) ธาตุรู้เป็นผู้อยู่กลางๆ ไม่มีอาการใดๆ ทั้งหมด ฉะนั้นธาตุรู้จึงไม่มีความรู้สึกดีชั่วอะไร ธาตุรู้นี้ต้องมี สัญญา สังขาร อุปาทาน เข้าไปสัมปยุตจึงจะเกิดอาการต่างๆ ขึ้นมาได้ เช่น สังขารปรุงแต่งดีชั่วหยาบละเอียดต่างๆ จึงเกิดขึ้นมา เมื่อสังขารปรุงแต่งแล้ว ปัญญาเข้าไปตรึกตรองในสิ่งนั้นๆ จึงถอดเอาความดี ความชั่วออกมาตั้งไว้ให้ปรากฏเห็นชัดว่าอันนี้ดีอันนี้ชั่ว

(๙) นักปฏิบัติจิตทั้งหลาย จะปฏิบัติจิตเก่งที่สุดได้เพียงภวังคุปัจเฉทะเท่านั้น หรืออัปปนาฌาน มิฉะนั้นก็อัปปนาสมาธิ ทั้งสามอย่างนี้เป็นอาการจิตรวมคล้ายๆ กัน แต่มีอารมณ์เป็นเครื่องอยู่ต่างกันและรวมก็ต่างกัน ท่านจึงเรียกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น ภวังคุปัจเฉทะ นั้น จิตจะรวมเป็นหนึ่งตัดอารมณ์ภายนอกทั้งปวงหมด แล้วก็ตั้งอยู่เป็นหนึ่งในที่เดียว จะไม่มีอารมณ์ใดๆ ทั้งหมดนอกจากอารมณ์ของภวังค์ อารมณ์ของของภวังค์นี้คล้ายๆ กับไปอยู่ในที่แจ้งแห่งหนึ่ง มีความรู้สึกแต่ในที่แจ้งนั้นจะเกิดนิมิตมีอาการต่างๆ เช่น เห็นรูปก็จะเพลินในรูปนั้น เห็นแสงสว่าง ก็จะเพลินในแสงสว่างนั้น เมื่อจิตถอนจากภวังคุปัจเฉทะแล้ว จะไม่รู้เรื่องอะไรทั้งหมด หรือรู้ก็เป็นลางๆ

อัปปนาฌาน เพ่งจิตอย่างเดียวจนจิตรวมเข้าเป็นหนึ่งเหมือนกันแล้วไม่รู้อะไรทั้งหมด เรียกว่า อัปปนาฌาน

อัปปนาสมาธินั้น เหมือนกับอัปปนาฌาน แต่รวมเข้าไปแล้วมีสติพิจารณาอารมณ์ของสมาธินั้นอยู่ตลอดเวลา เรียกว่า อัปปนาสมาธิ 

(๑๐) ผู้แสวงหาความสุข อยู่บนกองทุกข์แล้ว จะไม่เจอะความสุขเลยเด็ดขาด แต่ค้นหาความสุขในความทุกข์แล้ว ทุกข์นั้นจะหายไป

(๑๑) ถ้าคิดสิ่งที่เป็นธรรมแล้ว ต้องกลับเข้ามาหาตัวเอง ถ้าเป็นโลกแล้วจะมีแต่ส่งออกไปข้างนอกตลอดเวลา

(๑๒) ถ้าจะชนะโลกได้ ต้องเอาชนะตนเองเสียก่อน ความชนะโลกย่อมไม่มีแก่บุคคลที่ไม่ชนะตนเอง

(๑๓) สันติสุขเป็นความชนะของผู้ชนะโลกนี้ ผู้มีอำนาจดับโลกแต่หาสันติไม่ได้ ได้ชื่อว่า ผู้แพ้อยู่ร่ำไป 

(๑๔) หากความเข้าใจของหมู่ชนใด คณะใดก็ตาม หรือในโลกนี้ทั้งหมดเห็นว่า ผู้จะเอาชนะโลกนี้ได้ต้องชนะตนเองเสียก่อนด้วยสันติวิธี เขาหาว่า นั่นเป็นความโง่ที่สุดของโลกนิยม หรือผู้มีแสนยานุภาพอันเกรียงไกร อย่างนี้แล้วสัจธรรมก็ควรเก็บไว้ในตู้ล็อคกุญแจเสียดีกว่า

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555

คำสอน หลวงปู่คำดี ปภาโส


คำสอน หลวงปู่คำดี ปภาโส
1) ธรรมะฐิติ ธรรมะนิยาม
2) เทศน์อบรม
3) จิตคือธาตุรู้
4) เทศน์อบรมฆราวาส
5) ศีลกุศลกรรมลบท (มนุษย์-อมนุษย์) จิต, สมาธิ
6) อริยทรัพย์ เจ็ดประการ
7) กรรมฐานห้า-จริตหก
8) ธาตุหก

คำสอน หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก


คำสอนหลวงปู่สังวาลย์ เขมโก
1) จิตตวิถี
2) ที่พึ่งอันเกษม
3) ภาวนากันตาย
4) มุทิตากรรมฐาน
5) มุสาธรณีสูบ
6) ความอยากปิดบังทุกข์
7) ผู้ไม่ตาย
8) ธรรมะที่ลานธรรม
9) มาตาผู้รู้ใจ
10) รู้...เฉย
11) หลวงปู่ฝากไว้
12) ความอยากปิดบังทุกข์
13) เมตตาเป็นอาวุธ
14) ธรรมะปฏิสันถาร
15) เกาะศพข้ามฝั่ง
16) แนะนำผู้ปฏิบัติ
17) เมตตาธรรม
18) มีครูดี
19) รู้จักประมาณในอาหาร
20) รู้อด รู้ทน พ้นทุกข์
21) ทำจริง รู้จริง
22) รวมธรรมที่เรือนไท
23) ทำใจให้ไปนิพพาน
24) จิตตวิเวกใหม่
25) มรรค 4 ผล 4

คำสอน หลวงปู่ศรี มหาวีโร


คำสอน หลวงปู่ศรี มหาวีโรชุดที่ 1
01 การนั่งสมาธิ
02 พุทธศาสนาสอนสัจธรรม
03 ทำใจของเราให้ประเสริฐ
04 กรรมกับจิต
05 ธมฺโมโลเกอนุตฺตโร
06 อบรมคณะรองปลัดกระทรวงมหาดไทย
07 ปฏิบัติกาย วาจา ใจให้เป็นศีล

คำสอน หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ


 คำสอนหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ
โฆสกะมหาเศรษฐี
โลกธรรม ๘
โปรดปัจจวัคคีย์และสาวก
ตั้งใจฟังเทศน์ให้จริง

คำสอน พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ


คำสอน พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
1) นิทาน ตาบอดคลำช้าง
2) ธรรมานุปัสสนา
3) ปรมัตถบารมี
4) สิ่งทั้งปวงเกิดแต่เหตุ ดับเพราะเหตุ
5) ปฏิปทาวันตรัสรู้ 
6) อบรมพิเศษ 
7) ธรรมของเก่า 
8) ฌานและสมาธิตามแนวอริยมรรค
9) ธาตุกรรมฐาน 
10) คติภูมิ 
11) อาทิตตปริยายสูตร 
12) ธาตุกรรมฐาน
13) อสุภกรรมฐาน
14) อบรมพิเศษ
15) ธรรมของเก่า
16) สังคหวัตถุ
17) สมาธิภาวนา ย่อ 
18) พระศรีธรรมาโศกราช (ตอน 1) 
19) พระศรีธรรมาโศกราช (ตอน 2)
20) พระธรรมคุณ ตอนที่ 1
21) พระธรรมคุณ ตอนที่ 2
22) มรณานุสติ กรรมฐาน (ตอนที่ 1)
23) มรณานุสติ กรรมฐาน (ตอนที่ 2)
24) พรหมวิหาร 4 ประการ